เมื่อวิทยาการทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เดิมปัญหาการมีบุตรยากเป็นปัญหาหนักอกของคู่สมรสที่ต้องการ มีบุตร ปัจจุบันเพื่อให้ได้ครอบครัวที่สมบูรณ์ ทางออกของคู่สมรสบางคู่จำต้องใช้กรรมวิธีช่วยการเจริญพันธุ์หรือเทคโนโลยี ช่วยเจริญพันธุ์ การใช้เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้คู่สมรสจำนวนหนึ่งมีบุตรได้ตามประสงค์ ขณะเดียวกันก็เป็นการใช้เนื้อตัวร่างกายมนุษย์ในกิจกรรมที่ฝ่าฝืนธรรมชาติ ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ขัดต่อศีลธรรมโดยสิ้นเชิง เทคโนโลยีดังกล่าววิธีหนึ่งนั้นคือการรับตั้งครรภ์แทนหรือ “อุ้มบุญ”[1]
กฏหมายอุ้มบุญ คืออะไร
ในความหมายของคนทั่วไป อุ้มบุญ คือการให้คนอื่นตั้งท้องแทน เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว มีความหมายลึกซึ้งไปอีก อุ้มบุญมี 2 แบบ คือ อุ้มบุญแท้ ( full surrogacy )กับอุ้มบุญเทียม ( partial surrogacy) ดังนั้น เราต้องมาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันก่อน
อุ้มบุญ (surrogacy) หมายความว่า มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งเข้ามาเพิ่ม เพื่อทำหน้าที่อุ้มท้อง แต่จะใช้ไข่ของใครกับเชื้อของคุณพ่อ ขึ้นอยู่กับความจำเป็น กรณีที่ใช้ไข่ของผู้หญิงที่อุ้มบุญ (surrogate mother) จะเรียกว่า อุ้มบุญเทียม ( partial surrogacy) เช่น คุณแม่เป็นมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด ซึ่งไม่สามารถใช้ไข่ของตัวเองได้ ต้องอาศัยไข่ของคนอื่น ซึ่งก็คือ ไข่ของผู้หญิงที่มาอุ้มบุญ นั่นเอง การอุ้มบุญเช่นนี้ เรียกว่า ผู้ที่รับจ้าง ทำหน้าที่อุ้มบุญ เพียงบางส่วน (partial function) ไม่เต็มที่ ( not full function of surrogacy) ส่วนอีกกรณีหนึ่ง คือ ใช้ไข่ของผู้เป็นแม่แท้ๆ ก็เรียก อุ้มบุญแท้( full surrogacy ) เราจะทำแบบนี้ในกรณีที่ มดลูกของผู้หญิงมีปัญหาหรือว่าไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ไม่ว่าสาเหตุใดก็ตาม แต่รังไข่ยังใช้งานได้ ยังสามารถผลิตไข่ได้ เช่น คนไข้ถูกตัดมดลูกหรืออย่างคนไข้รายหนึ่งซึ่งมีอาการแพ้ยาแก้ปวดมาก จะอาเจียนตลอดระยะเวลาที่ทำการหยอดตัวอ่อน จนเกิดกลัวการหยอดตัวอ่อน ไม่กล้าหยอดและการหยอดครั้งแรกก็ล้มเหลว เค้าก็ให้หลานสาวซึ่งเคยผ่านการมีสามีมาแล้วช่วยตั้งครรภ์แทน โดยทำในลักษณะของการว่าจ้างแบบช่วยเหลือกัน ถึงเวลาต้องมาหยอดตัวอ่อน หลานสาวก็มา พอท้องคลอดเรียบร้อยก็จบ ลักษณะนี้เรียกว่า อุ้มบุญแท้ ( full surrogacy ) [2]
ใน ทางปฏิบัติแล้วการรับตั้งครรภ์แทนให้แก่กันมีหลายรูปแบบ เช่น การที่แพทย์นำอสุจิของสามีผสมกับไข่ของภริยานอกมดลูกจนเกิดเป็นตัวอ่อนแล้ว นำตัวอ่อนไปฝากใส่ไว้ในครรภ์ของหญิงซึ่งตกลงรับตั้งครรภ์ให้ หรือการนำเชื้ออสุจิของสามีไปฉีดใส่มดลูกของหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนโดยตรง หรือที่เรียกว่า “การผสมเทียม” วิธีดังกล่าวมักทำกันโดยไม่เปิดเผยเนื่องจากมีปัญหาทางกฎหมายว่า สัญญา รับตั้งครรภ์แทนเป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีหรือไม่ เด็กที่เกิดจากการรับตั้งครรภ์แทนควรมีสถานภาพทางกฎหมายอย่างไร ผู้ใดเป็นบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็ก ปัญหาทางจริยธรรมว่าการรับตั้งครรภ์แทนเป็นการกระทำที่ขัดศีลธรรมหรือไม่ เป็นต้น[3]
ศีลธรรม คือ ความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์แต่ละคนว่าการกระทำอย่างไรเป็นการกระทำที่ชอบ การกระทำอย่างไรเป็นการกระทำที่ผิด ศีลธรรมเป็นสิ่งที่เกิดจากมโนสำนึกและมโนธรรมของมนุษย์แต่ละคน[4]
คำว่า ”ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” นี้ กฎหมายบัญญัติไว้อย่างกว้างๆ และไม่มีบทวิเคราะห์ศัพท์ไว้ เราจึงต้องศึกษาหาความหมายของคำนี้จากคำอธิบายของนักวิชาการทางนิติศาสตร์ และแนวคำพิพากษาฎีกา
ศาสตราจารย์ ดร.จิ๊ด เศรษฐบุตร ได้อธิบายไว้ สรุปได้ว่า
หลักการเรื่องความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำแนกเป็น
ก. ความสงบเรียบร้อยทางการเมือง ได้วางขึ้นเพื่อ
(๑) ปกปักรักษาความมั่นคงของรัฐ
(๒) ปกปักรักษาความมั่นคงของครอบครัว
(๓) ปกปักรักษาความมั่นคงของเอกชน
ข. ความสงบเรียบร้อยทางเศรษฐกิจ ได้วางขึ้นเพื่อ
(๑) ปกปักรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสังคม
(๒) ปกปักรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของเอกชน
หลักการเรื่องศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นหลักบังคับเกี่ยวกับธรรมเนียม ประเพณี ซึ่งอาจแตกต่างกันแล้วแต่ท้องถิ่นและในสมัยต่างๆกัน[5]
ความสงบเรียบร้อยของประชาชน หมาย ถึง ประโยชน์ในด้านความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ซึ่งมีขอบเขตกว้างขวางมาก เพราะกิจการไม่ว่าในเรื่องใดก็ตามถ้าก่อให้เกิด “ความไม่เป็นธรรมในสังคม” ย่อมมีผลกระทบถึงความมั่นคงปลอดภัยของประเทศเสมอ
ศีลธรรมอันดีของประชาชน หมายถึง ทัศนะในด้านจริยธรรมของประชาชน ซึ่งอาจแตกต่างกันได้ในแต่ละประเทศแต่ละท้องถิ่น และอาจแปรเปลี่ยนไปได้ตามกาลสมัย[6]
การ ให้ผู้อื่นตั้งครรภ์แทนแม้จะใช้อสุจิและไข่จากคู่สมรส แต่ก็เป็นกิจกรรมที่ฝ่าฝืนธรรมชาติของมนุษย์ ก่อให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากเนื้อตัวร่างกายของหญิง และความชอบด้วยกฎหมายของการรับตั้งครรภ์แทน อำนาจการปกครองเด็ก ซึ่งกฎหมายแต่ละประเทศจะมีข้อบังคับไม่เหมือนกัน บางประเทศห้ามเด็ดขาดและถือเป็นความผิดทางอาญา บางประเทศห้ามเฉพาะในเชิงพาณิชย์ ในส่วนของประเทศไทย เกิดปัญหาเช่นเดียวกับหลายๆประเทศ ทั้งในส่วนจริยธรรมและข้อกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องข้อกฎหมาย เพราะประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายในเรื่องนี้โดยเฉพาะแต่จะใช้กฎหมายอื่นมา พิจารณาคือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๓๑๒”ผู้ใดเพื่อจะเอาคนลงเป็นทาสหรือให้มีฐานะคล้ายทาส นำเข้าหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพามาจากที่ใด ซื้อขาย จำหน่าย รับหรือหน่วงเหนี่ยวซึ่งบุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท” เมื่อไม่มีกฎหมายเฉพาะ ทำให้สถานการณ์ของการรับตั้งครรภ์แทนในประเทศไทยก่อให้เกิดปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิทางกฎหมายของเด็ก
รัฐ จำเป็นต้องออกกฎหมายที่เกี่ยวกับการรับตั้งครรภ์แทนโดยเป็นมาตรการทางอาญา เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนและเพื่อ คุ้มครองหากรัฐยังคงเลือกไม่ใช้มาตรการทางอาญาในการควบคุมการรับตั้งครรภ์ แทนหรือเลือกใช้บังคับเฉพาะในเชิงพาณิชย์ รัฐควรมีมาตรการเสริมอย่างอื่นเพื่อควบคุมไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิ ชอบ เช่น กำหนดกระบานการในการคัดเลือกบุคคลที่ต้องการมีบุตรด้วยการรับต้องครรภ์แทน อาทิ อายุ ภูมิลำเนา สถานภาพ การสมรส ประวิติในการมีบุตรหรือเลี้ยงดูบุตร ความสัมพันธ์ทางสายโลหิตระหว่างหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนกับคู่สมรส เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐต้องสร้างกลไกให้ ทั้งสองฝ่ายทราบถึงกฎหมายของการตั้งครรภ์แทนเพื่อกำหนดหน้าที่ สิทธิและความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่ายด้วย การรับตั้งครรภ์แทนอาจก่อให้เกิดข้อถกเถียงระหว่างผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน การสร้างความพอใจให้กับทุกฝ่ายขึ้นอยู่กับกฎหมายฉบับนั้นเปิดโอกาสให้ทุก ฝ่ายมีส่วนร่วมในการบัญญัติมากน้อยเพียงไร ดังนั้น เมื่อคู่สมรสมาขอใช้กรรมวิธีช่วยการเจริญพันธุ์มากขึ้นปัญหาดังกล่าวข้างต้น จึงมีมากขึ้น หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงได้ยกร่างกฎหมายเพื่อผลักดันตราเป็นพระราชบัญญัติ ใช้บังคับ มีทั้งร่างพระราชบัญญัติการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ การแพทย์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่างพระราชบัญญัติอนามัยเจริญพันธุ์ของกระทรวงสาธารณสุข และร่างพระราชบัญญัติการรับตั้งครรภ์ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในบรรดายกร่างกฎหมายดังกล่าว ร่างพระราชบัญญัติการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันทางการแพทย์ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้มีความคืบหน้าไปมาก เนื่องจากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้เสนอคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติฯตามที่กระทรวงการพัฒนา สังคมฯเสนอและให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วส่งให้คณะ กรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติพิจารณาก่อนเสนอสภานิติบัญญัติพิจารณาต่อไป ในที่นี้จึงจะกล่าวถึงเฉพาะร่างพระราชบัญญัติการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยี ช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์เท่านั้น
ร่าง พระราชบัญญัติการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันทางการแพทย์ให้ หลักและเหตุผลว่า เพื่อให้มีกฎหมายว่าด้วยการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ทางการแพทย์ ด้วยในปัจจุบันเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ที่มีการทดลองค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์เจริญรุดหน้าถึงขนาดสามารถสร้างตัวอ่อน ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมแทบเหมือนเป็นคนเดียวกันกับบุคคลต้นแบบ หรือสามารถสร้างเซลล์ต้นกำเนิดเพาะขยายเป็นเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของมนุษย์เพื่อการรักษาทางการแพทย์ได้ ซึ่งหากไม่มีการควบคุมขอบเขตการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวให้ถูกต้องและเหมาะสม อาจเกิดการทดลองที่ส่งผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติได้ ตลอดจนการที่สามารถช่วยเหลือให้มีการตั้งครรภ์แทนซึ่งส่งผลทำให้เกิดความ ลักลั่นระหว่างความสัมพันธ์ในความเป็นจริงของเด็กที่เกิดมา ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ ทางพันธุกรรมของเด็ก ผู้อุปการะเลี้ยงดูแตกต่างไปจากผลในทางกฎหมายตามหลักทั่วไปที่ใช้บังคับอยู่ เช่น ความเป็นบิดามารดาของเด็กที่เกิดมา ดังนั้น เพื่อควบคุมมิให้ดำเนินการโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ในทางที่ไม่ถูกต้องและเพื่อกำหนดความสัมพันธ์ของเด็กที่เกิดโดยอาศัย เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ให้ชัดเจน
สาระสำคัญร่างพระราชบัญญัติการตั้งครรภ์โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันทางการแพทย์ มีทั้งหมดรวม ๓๙ มาตรา ประกอบด้วย
๑. กำหนด คำนิยามของคำว่า เซลล์สืบพันธุ์ ไข่ เชื้ออสุจิ เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันทางการแพทย์ ตัวอ่อนแรกเริ่ม ตัวอ่อน ทารก ตัวอ่อนสำเนาพันธุ์ ตัวอ่อนพันธุ์ผสม การตั้งครรภ์แทน การผสมเทียม การปฏิสนธินอกร่างกาย การทำสำเนามนุษย์ เซลล์ต้นกำเนิดให้ชัดเจนขึ้น (มาตรา๓)
๒. ให้ มีคณะกรรมการควบคุมการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันทางการแพทย์ เรียกโดยย่อว่า “กคจพ.” มีนายกแพทยสภาเป็นประธานกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ที่สำคัญคือ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอน เงื่อนไข พิจารณาการดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทน (มาตรา ๖และมาตรา ๗)
๓. ผู้ รับผิดชอบหรือผู้ให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันทางการแพทย์ ตามพระราชบัญญัตินี้ จะต้องประกอบวิชาชีพเวชกรรมซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่แพทยสภากำหนด และจะต้องรักษามาตรฐานในการให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ทางการแพทย์ให้เป็นไปตามข้อบังคับหรือประกาศที่แพทยสภากำหนด (มาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖)
๔. การดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนจะต้องมีองค์ประกอบดังนี้
๔.๑ สามีภริยาที่ต้องการมีบุตรโดยให้หญิงอื่นซึ่งมิใช่ภริยาตั้งครรภ์แทน ต้องเป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมาย
๔.๒ หญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้องเป็นญาติกับคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องมิใช่ผู้บุพการีหรือผู้สืบสันดานของคู่สมรสนั้น
๔.๓ หญิง ที่รับตั้งครรภ์แทนจะต้องเป็นหญิงที่เคยมีบุตรมาก่อนแล้วเท่านั้น ถ้าหญิงนั้นมีสามีจะต้องได้รัยความยินยอมจากสามีของหญิงที่มารับตั้งครรภ์ แทนนั้นด้วย แต่ในกรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ ให้ผู้ประสงค์จะให้มีการตั้งครรภ์แทนเสนอเรื่องขออนุญาตดำเนินการต่อคณะ กรรมการหากคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควรจะอนุญาตเป็นการเฉพาะรายก็ได้คำสั่ง ของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด (มาตรา ๑๘)
๕. ห้าม มิให้ผู้ใดกระทำการเป็นคนกลาง นายหน้า โดยเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดในลักษณะที่เป็นการค้า หรือหากำไรเพื่อตอบแทนในการจัดการหรือชี้ช่องให้มีการรับตั้งครรภ์แทน (มาตรา ๑๙) ห้ามมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมกระทำการด้วยวิธีเทคโนโลยีช่วยการเจริญ พันทางการแพทย์เพื่อให้หญิงใดตั้งครรภ์ โดยรู้หรือมีเหตุควรรู้ว่าหญิงนั้นรับตั้งครรภ์แทนผู้อื่นเพื่อความประสงค์ แห่งการค้า (มาตรา ๒๐)
๖. ใน กรณีเด็กที่ที่เกิดโดยการผสมเทียมหรือโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันทาง การแพทย์ซึ่งใช้เซลล์สืบพันธุ์จากผู้บริจาคเพื่อการปฏิสนธิไม่ว่าการปฏิสนธิ จะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกร่างกาย ให้หญิงที่เป็นผู้ตั้งครรภ์เป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กนั้นและให้สามี โดยชอบด้วยกฎหมายของหญิงผู้ตังครรภ์ซึ่งได้ให้ความยินยอมให้มีการตั้งครรภ์ นั้นเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กนั้น ชายหรือหญิงที่เป็นเจ้าของเซลล์สืบพันธุ์ที่นำมาใช้ปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนเพื่อ การตั้งครรภ์ ไม่มีสิทธิใดๆในตัวเด็ก เว้นแต่ จะเป็นหญิงผู้ตั้งครรภ์หรือสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของหญิงผู้ตั้งครรภ์ซึ่งได้ ให้ความยินยอมให้มีการตั้งครรภ์นั้นเอง (มาตรา ๒๓)
๗. ใน กรณีเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทน ไม่ว่าจะใช้เซลล์สืบพันธุ์ของสามีภริยาที่ประสงค์จะให้มีการตั้งครรภ์แทน หรือบุคคลอื่นก็ตามให้สามีภริยาซึ่งประสงค์ให้มีการตั้งครรภ์แทนเป็นบิดามาร ดาดโยชอบด้วยกฎหมายของเด็กนั้นแต่ต้องให้โอกาสเด็กได้รับน้ำนมจากหญิงผู้รับ ตั้งครรภ์แทนเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือน ในกรณีที่เด็กได้รับการอุปการะเลี้ยงดูโดยมิชอบหรือตกอยู่ในสภาวะยากลำบาก ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กให้ผู้รับตั้งครรภ์แทนมีอำนาจฟ้องหรือร้อง ขอเกี่ยวกับอำนาจปกครองเด็กที่เกิดจากการรับตั้งครรภ์แทนได้ โดยให้ศาลคำนึกถึงความผาสุกและประโยชน์ของเด็กนั้นเป็นสำคัญ
ใน กรณีที่เกิดข้อพิพาทในการเกี่ยงกันซึ่งหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูเด็ก ระหว่างสามีภริยาที่ประสงค์ให้มีการตั้งครรภ์แทนกับหญิงที่เป็นผู้รับตั้ง ครรภ์แทน ให้ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูเด็กร่วมกัน ทั้งนี้หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิเสธไม่ยอมร่วมอุปการะเลี้ยงดู ให้อีกฝ่ายหนึ่งร้องขอต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้ฝ่ายที่ปฏิเสธไม่ยอมร่วมกัน อุปการะเลี้ยงดูเด็ก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กมีอำนาจในการร้องขอ ต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันอุปการะเลี้ยงดู หรือดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กได้ (มาตรา ๒๕)
๘. ใน กรณีที่การตั้งครรภ์แทนมิได้เป็นไปตามหนักเกณฑ์ในมาตรา๑๘ให้หญิงผู้รับตั้ง ครรภ์แทนเป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กนั้นให้สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของ หญิงผู้รับตั้งครรภ์แทนเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของเด็ก เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้ยินยอมให้มีการตั้งครรภ์แทนนั้น (มาตรา ๒๕)
เมื่อ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวแล้ว ถือว่าเป็นกฎหมายที่ท้าทายความคิดของปัจเจกบุคคลในเรื่อง สิทธิในร่ายกาย สิทธิส่วนบุคคล ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างมีเหตุผลรองรับฝ่ายสนับสนุนการรับตั้งครรภ์แทนอ้างสิทธิใน ความเป็นส่วนตัวในอันที่จะกีดกันไม่ให้รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องกับการกระทำของตน เองที่ปราศจากอันตรายต่อผู้อื่น การรับตั้งครรภ์แทนก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันของคู่สมรสที่ต้องการมีบุตรและ หญิงที่รับตั้งครรภ์แทน ป้องกันการลักพาหรือซื้อขายเด็ก ฝ่ายที่คัดค้านกลับเห็นว่า การตั้งครรภ์แทนเป็นกิจกรรมที่ฝ่าฝืนธรรมชาติของมนุษย์ก่อให้เกิดการแสวงหา ประโยชน์จากเนื้อตัวร่างกายของตัวโดยมิชอบ ก่อให้เกิดอาชีพรับจ้างตั้งครรภ์ เป็นการกระทำที่ไม่ต่างกับการซื้อขายเด็ก มีผลกระทบต่อเด็กและสังคมโดยรวม จากเหตุผลของแต่ละฝ่ายนำไปสู่การถกเถียงในปัญหาทางกฎหมายหลายประการทั้งความ ชอบด้วยกฎหมายของการรับการตั้งครรภ์แทน สถานะของเด็ก อำนาจการปกครองเด็ก สภาพบังคับทางกฎหมายของสัญญารับตั้งครรภ์แทน สำหรับปัญหาทางกฎหมายดังกล่าวเมื่อมีกฎหมายออกมาประกาศใช้ ปัญหาดังกล่าวก็ยุติลงได้ระดับหนึ่งแต่ปัญหาที่ตัวบทกฎหมายใดก็ไม่สามารถ แก้ไขได้นั้นคือ ปัญหาด้านศีลธรรม จริยธรรม ความรู้สึกนึกคิดที่แปลกแยกของประชาชนในสังคมปัญหาของสังคมที่จะตามมา โดยเฉพาะปัญหาของเด็กที่คลอดจากการรับตั้งครรภ์แทน หากมีการฟ้องร้องกันระหว่างคู่สมรสกับผู้รับตั้งครรภ์แทน ใครจะเป็นผู้ดูแลเด็ก กรณีเด็กคลอดก่อนกำหนด เด็กพิการ หรือตั้งครรภ์ไปแล้วคู่สัญญาเปลี่ยนใจภายหลังจะทำอย่างไร เกิดแฝดหลายคนแต่คู่สมรสต้องการเพียงคนเดียว แฝดที่เหลือใครจะดูแล สถานะทางกฎหมายและทางสังคมเป็นอย่างไรปัญหาดังกล่าวข้างต้นนั้นเกิดจากความ ต้องการของผู้ใหญ่แต่ผลกระทบเกิดแก่เด็กโดยตรง การดำรงชีวิตของเด็กจะไปในทิศทางใดซึ่งเมื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวแล้ว กลับกล่าวถึงแนวทางคุ้มครองเด็กผู้ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงค่อนข้างน้อย ดังนั้น การพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงอยู่ท่ามกลางความใฝ่ฝันของใครหลายคนเพื่อว่าจะได้มีชีวิตครอบครัวที่ สมบูรณ์ ท่ามกลางความหมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมสายสัมพันธ์ระหว่างมารดากับบุตร อาชีพรับจ้างตั้งครรภ์แทน ปัญหาทางสังคม ความรู้สึกและชะตาอนาคตของเด็ก การพิจารณาออกกฎหมายดังกล่าวจึงต้องพิจารณาอย่างรัดกุม รอบคอบ รอบด้าน มีข้อมูลครบถ้วน ชั่งน้ำหนักทางได้เสียในทุกๆด้าน[7]
[1] ภักดี ราชแป้น “กฎหมายอุ้มบุญ”. วรสารศาลยุติธรรมปริทัศน์. 25 (2 2549): 35-46.
[2] พ.ต.อ. นพ. เสรี ธีรพงษ์ ,อุ้มบุญ (online) Available HTTP :http://www.drseri.com/content
[3] ภักดี ราชแป้น “กฎหมายอุ้มบุญ”. วรสารศาลยุติธรรมปริทัศน์. 25 (2 2549): 35-46.
[4] มานิตย์ จุมปา,ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมาย,หน้า 13.
[5] จิ๊ด เศรษฐบุตร, คำอธิบายกฎหมายนิติกรรมและหนี้ เล่ม 1 (กรุงเทพฯ : แสงทองการพิมพ์, 2512), หน้า 21-31
[6] อุกฤษ มงคลนาวิน “ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน” ,บทบัณฑิตย์ 32 (พ.ศ. 2518 ตอนที่ 1) : 11-32.
[7] ภักดี ราชแป้น “กฎหมายอุ้มบุญ”. วรสารศาลยุติธรรมปริทัศน์. 25 (2 2549): 35-46.
บรรณานุกรม
ภักดี ราชแป้น “กฎหมายอุ้มบุญ”. วรสารศาลยุติธรรมปริทัศน์. 25 (2 2549)
พ.ต.อ. นพ. เสรี ธีรพงษ์ ,อุ้มบุญ (online) Available HTTP :http://www.drseri.com/content
มานิตย์ จุมปา,ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมาย,หน้า 13.
จิ๊ด เศรษฐบุตร, คำอธิบายกฎหมายนิติกรรมและหนี้ เล่ม 1 (กรุงเทพฯ : แสงทองการพิมพ์, 2512)
อุกฤษ มงคลนาวิน “ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน” ,บทบัณฑิตย์ 32 (พ.ศ. 2518 ตอนที่ 1)
Learn-How to-Ebook
Thursday, August 7, 2014
Wednesday, August 6, 2014
sitemap
@Forex Trading Fap Turbo Robot
@ Forex Fab Turbo is The Only One Its Kind. Doubles Real Monetary Deposits Quickly. This Is the Number One Forex Product In The World. Thousands of Satisfied Customers Can't Be Wrong. If You Don't See Results In 30 Days Or Less You Get Your Money Back!
Click To Read More About Forex Trading Fap Turbo Robot
@100% Commissions And Over $5.00 Epc's
@High Converting New Sales Video Gets You Epc's Of Over 5.00! We Have Extremely Low Refunds, As Amazing Customer Service. Check Out The Details - Http://www.stocktips.com/jv/ - Large Affiliates Contact Mike@stocktips.com For Special Payouts.
Click To Read More About 100% Commissions And Over $5.00 Epc's
@@@Dog Food Secrets
March 2013: I'm Consistently Told By Affiliates Our Product Converts Higher Than Any Other Product In The Dog Niche, Including Training Products. We Now Also Have A Mobile Version To Drive Your Mobile Sales.
Click To Read More About Dog Food Secrets
@@@How To Remove The Google Redirect Virus
This Is One of the Most Damaging Computer Viruses Online Because It Cannot Be Removed With Traditional Anti-Virus Softare. Remove The Google Redirect Virus Instantly.
Click To Read More About How To Remove The Google Redirect Virus
@@@Ratgeber - In 3 Tagen Zum Pilzzuchtprofi!
Dieser Ratgeber Macht Aus Ihnen Einen Professionellen Pilzzüchter. Egal Ob Zauberpilze (psilos), Champignons Oder Shitakepilze. Mit Diesem Ratgeber Wird Es Ihnen Möglich Sein Jede Art Von Pilze Professionell Zu Züchten.
Click To Read More About Ratgeber - In 3 Tagen Zum Pilzzuchtprofi!
Subscribe to:
Comments (Atom)